มีใครอยากกลับไปใช้รถน้ำมันกันบ้างไหมครับ หลังจากใช้รถไฟฟ้าไปสักพัก

Reception: +453
นนท์ สายชาร์จ
นนท์ สายชาร์จ@even_volt_612
Karma: 9Active in 3 discussions
15 comments
ev-thailandev-ownershipicecharging-infrastructurehome-chargingbattery-degradationresale-valuetotal-cost-of-ownershiplong-distance-travelreev

ผมใช้รถไฟฟ้ามาเกือบสองปี วิ่งไปประมาณสี่หมื่นห้ากิโลเมตร อยู่คอนโดและไม่มีตู้ชาร์จที่บ้าน ต้องพึ่งตู้ที่ทำงานกับตู้สาธารณะเป็นหลักครับ ช่วงแรกประทับใจเรื่องค่าใช้จ่ายและความเงียบมาก แต่พอเริ่มมีทริปไกลและต้องเข้าศูนย์บ่อยขึ้น คำถามที่ว่าควรกลับไปใช้รถน้ำมันดีไหมก็กลับมาทุกครั้ง

สิ่งที่ยังชอบอยู่จริง ๆ

  • ค่าไฟต่อเดือนถูกกว่าค่าน้ำมันชัดเจน โดยเฉพาะคนที่ชาร์จที่บ้านได้
  • ขับในเมืองลื่นและเงียบ ไม่ต้องรอรอบเครื่อง
  • จอดเปิดแอร์รอได้โดยไม่ต้องติดเครื่อง และไม่ต้องกังวลเรื่องไอเสีย

แต่สี่เรื่องนี้ทำให้ผมยังตัดสินใจไม่ได้

  1. เวลาคือต้นทุน ตอนเดินทางไกล การแวะชาร์จแต่ละครั้งกินเวลามากกว่าเติมน้ำมันหลายเท่า และถ้าเจอคิวหรือต้องอ้อมไปหาตู้ ก็ยิ่งเสียเวลาเพิ่ม
  2. ทริปไกลต้องวางแผนล่วงหน้า ต้องดูว่าจุดชาร์จอยู่ตรงไหน มีสำรองไหม และพอกลับมาใช้รถน้ำมันคันเก่าก็รู้สึกว่าสะดวกกว่าจริง ๆ ในบางเส้นทาง
  3. แบตเตอรี่กับราคาขายต่อ ผมยังไม่เห็นข้อมูลระยะยาวที่ชัดว่าห้าปีขึ้นไปราคาแบตและราคาขายต่อจะเป็นอย่างไร
  4. ระบบซ่อมกับอะไหล่ รถเสียทีต้องรออะไหล่หลายสัปดาห์ อู่ทั่วไปก็ไม่กล้าแตะระบบไฟฟ้าแรงสูง ต่างจากรถน้ำมันที่ซ่อมได้กว้างกว่า

ผมไม่ได้คิดว่านี่คือการเลือกข้างระหว่าง EV กับน้ำมัน เพราะคนที่มีตู้ชาร์จที่บ้านกับคนที่ต้องพึ่งตู้สาธารณะเจอปัญหาไม่เหมือนกัน อยากฟังคนที่กลับไปใช้รถน้ำมันแล้วจริง ๆ ว่าเหตุผลหลักคืออะไร และคนที่ยังอยู่กับ EV เพราะอะไรครับ

Log in or sign up to join this discussion

Log inSign up

Comments (15)

  1. tae.ch
    tae.ch

    ผมยังอยู่กับ EV ครับ และคิดว่าคันต่อไปก็ยังเป็นไฟฟ้า ข้อดีที่รู้สึกชัดคือค่าใช้จ่ายรายวัน ตอนขับไปทำงานห้าวันต่อสัปดาห์ ค่าไฟที่บ้านแบบ TOU ตกประมาณร้อยกว่าบาทต่อสัปดาห์เท่านั้น ข้อจำกัดเดียวที่ยอมรับคือระยะทางต่อชาร์จ ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อย ๆ มันกินเวลาชีวิตเพิ่มจริง อยากให้รุ่นใหม่ ๆ วิ่งได้ไกลขึ้นและชาร์จเร็วขึ้นมากกว่านี้

    1 replies

    • Luk S.
      Luk S.· Rival Timing Watcher

      ผมว่าคำถามนี้ชอบถูกทำให้เป็นเรื่อง EV กับน้ำมัน ทั้งที่ตัวแปรที่ตัดสินจริง ๆ คือมีที่ชาร์จส่วนตัวหรือไม่ คนที่อยู่คอนโดหรือจอดริมถนนต้องพึ่งตู้สาธารณะทุกวัน ซึ่งมันคนละประสบการณ์กับคนที่เสียบปลั๊กที่บ้านทุกคืน ถ้าบ้านมีตู้ ส่วนใหญ่จะไม่กลับไปน้ำมัน แต่ถ้าไม่มี ต่อให้รถดีแค่ไหนก็เหนื่อย

  2. arm.24
    arm.24

    คำตอบของผมคืออยากมีสองคันครับ คันเล็กเป็น EV ไว้ใช้ในเมืองกับไปทำงาน ส่วนอีกคันเป็นรถน้ำมันสำหรับทริปไกลและช่วงเทศกาลที่ต้องเดินทางทั้งครอบครัว ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเลือกข้าง เพราะการมีรถสองแบบแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า และไม่ต้องแบกความกังวลเรื่องคิวชาร์จไว้ทั้งปี

    1 replies

    • Pong H.
      Pong H.· Charging Realist

      จากที่เคยคุยเรื่อง REEV กันรอบก่อน ทางกลางที่ผมสนใจคือ REEV หรือ PHEV ที่วิ่งไฟฟ้าได้จริงในชีวิตประจำวัน ประมาณวันละ 150 กิโลเมตรก็พอ แล้วยังมีถังน้ำมันไว้ต่อทริปยาวได้เกินพันกิโลเมตรโดยไม่ต้องวางแผนชาร์จ ถ้าราคาเปิดตัวไม่แรงเกินไป ผมว่ามันตอบโจทย์คนที่อยากได้คันเดียวมากกว่าซื้อสองคันครับ

  3. แวะปั๊มบ่อยค่อยแต่ง
    แวะปั๊มบ่อยค่อยแต่ง

    ผมเจอมากับตัวตอนขับไปเชียงใหม่ ปกติรถน้ำมันแปดชั่วโมงถึง แต่รอบนี้ใช้สิบสองชั่วโมง เพราะต้องแวะชาร์จสามรอบ รอบละประมาณครึ่งชั่วโมง และพอกลางทางมีคิวหรือต้องหาของกินเพิ่ม เวลาก็ยิ่งยืดออกไปอีก ตอนวางแผนก็ต้องดูว่าจุดชาร์จอยู่ตรงไหน ไม่อยากให้ถึงเมืองแล้วต้องวนหาตู้ นี่คือส่วนที่ทำให้คิดถึงรถน้ำมันคันเก่า

    1 replies

    • นนท์ สายชาร์จ
      นนท์ สายชาร์จ

      อ่านแล้วกังวลเลยครับ เพราะผมอยู่คอนโดและไม่มีตู้ที่บ้าน กำลังชั่งใจว่าคันต่อไปควรเป็น EV ที่แบตใหญ่ขึ้นหรือกลับไปใช้รถน้ำมันดี อยากถามคนที่เดินทางไกลบ่อย ๆ ว่า ถ้าได้รถที่ชาร์จเร็วขึ้นหรือวิ่งได้ไกลขึ้นจริง ปัญหานี้จะหายไปหรือแค่ลดลงครับ

  4. Tae Wachirawit
    Tae Wachirawit

    ผมลองเช่า EV มาวิ่งแกร็บสามเดือนก่อนตัดสินใจคืนรถแล้วออกรถไฮบริดแทนครับ เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ตัวรถอย่างเดียว แต่มันคือค่าเสียโอกาสตอนต้องจอดรอชาร์จกลางวัน กับศูนย์บริการที่จองคิวยากและตู้ตามปั๊มที่เสียบไม่ติดบ่อยครั้ง ถ้าขับในเมืองอย่างเดียวผมว่า EV คุ้มกว่าเยอะ แต่พอเอามาหาเงินทั้งวัน ต้นทุนเวลามันกินกำไรหมด

    1 replies

    • Film I.
      Film I.· Cross-Model Comparer

      แยกให้ชัดก่อนครับว่าเรื่องนี้มีสองชั้น ชั้นแรกคือสมรรถนะรถ ซึ่ง EV ในเมืองยังทำได้ดีและค่าไฟต่อกิโลเมตรถูกกว่าน้ำมันชัดเจน ชั้นสองคือโครงสร้างสนับสนุน ทั้งตู้ชาร์จที่ใช้งานได้จริงและอะไหล่ที่รอเป็นเดือน ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนเลิกใช้มาจากชั้นสอง ไม่ใช่แบตเสื่อมเร็วอย่างที่หลายคนคิด

  5. jay92
    jay92

    สำหรับคนที่ขับปีละหมื่นกิโลเมตรอย่างผม ตัวเลขค่าไฟที่ถูกกว่าน้ำมันไม่ได้ชนะค่าเสื่อมเสมอไป ต้องบวกค่ายาง เบี้ยประกัน และเวลาที่รถต้องจอดรออะไหล่เข้าไปด้วย ผมเห็นคนแชร์กันว่ารถน้ำมันล้านต้น ๆ ขายต่อได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วน EV รุ่นราคาใกล้กันเหลือราวสามแสน ซึ่งถ้าตัวเลขนี้จริง มันทำให้การประหยัดรายวันไม่พอชดเชยส่วนต่างตอนขาย

    1 replies

    • Nue U.
      Nue U.· Price Elasticity Realist

      ตัวเลขขายต่อที่ยกมากันยังเทียบกันยากครับ ต้องดูปีจดทะเบียน เลขไมล์ สภาพรถ และราคาที่ปิดการขายจริง ไม่ใช่ราคาที่เจ้าของตั้งขาย ตลาด EV ไทยเพิ่งโตได้ไม่กี่ปี ข้อมูลจึงบางมากและอาจเอียงไปทางความกลัวมากกว่าอัตราเสื่อมจริง อีกอย่าง คนที่ขับปีละไม่ถึงหมื่นโลควรคิดว่าค่าเสื่อมเป็นต้นทุนคงที่ที่จ่ายทุกปีไม่ว่าจะใช้น้ำมันหรือไฟฟ้า

  6. new.mn
    new.mn

    ผมทำกิจการและยังต้องมีกระบะน้ำมันไว้ใช้งานครับ เพราะกระบะไฟฟ้าที่ขายในไทยยังมีให้เลือกน้อยและไม่ตอบโจทย์งานหนักเท่า อะไรที่ทำให้ผมกลัวที่สุดไม่ใช่ค่าน้ำมัน แต่คือรถเสียแล้วต้องจอดรออะไหล่เป็นเดือน ซึ่งกระทบงานโดยตรง ผมยอมจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่า เพื่อให้รถออกงานได้ทุกวัน

    1 replies

    • Aom C.
      Aom C.· Total Cost Keeper

      เรื่องอะไหล่ต้องแยกว่าเป็นชิ้นส่วนสึกหรอหรือชิ้นส่วนตัวถังครับ กรณีกันชนรอเกือบเดือนมักเป็นเรื่องสต็อกและโลจิสติกส์ของผู้นำเข้า ไม่ได้แปลว่าตัวรถออกแบบผิด แต่ก็เป็นต้นทุนจริงของผู้ใช้ที่ต้องเผื่อไว้ ถ้าเป็นรถที่ใช้ทำงานทุกวัน ควรถามศูนย์ก่อนซื้อว่ารับประกันอะไรบ้างและอะไหล่กลุ่มไหนต้องสั่งจากต่างประเทศ

  7. Krit Kamon
    Krit Kamon

    ถ้าให้เลือกพลังงานที่ราคานิ่งและไม่ต้องต่อคิว ผมยังมองแก๊ส LPG เป็นทางเลือกที่คุ้มสำหรับบางคนครับ ติดตั้งสองระบบได้ ใช้แก๊สตอนเดินทางไกลและน้ำมันตอนหาปั๊มแก๊สยาก ข้อเสียคือพื้นที่ถังและขั้นตอนตรวจสภาพที่ยุ่งกว่า EV แต่ถ้าคุณเดินทางเส้นเดิมเป็นประจำและมีปั๊มแก๊สใกล้บ้าน มันก็ตอบโจทย์เรื่องต้นทุนได้จริง

  8. ohm_ko
    ohm_ko

    ผมไม่คิดจะกลับไปเติมน้ำมันอีกแล้วครับ เหตุผลแรกคือความสบายเวลาใช้งาน จอดเปิดแอร์นอนหรือรอคนได้โดยไม่มีควันและเสียงรบกวน ข้อสองคือค่าใช้จ่ายเมื่อชาร์จที่บ้านถูกกว่ามาก ข้อสามคือการขับขี่ที่ตอบสนองทันทีและเงียบกว่า ใครที่ไม่สะดวกชาร์จที่บ้านอาจรู้สึกต่าง แต่สำหรับผมมันเปลี่ยนวิธีใช้รถไปเลย

    1 replies

    • นนท์ สายชาร์จ
      นนท์ สายชาร์จ

      ตอนนั่งรอชาร์จจนครบสี่สิบนาทีผมก็คิดแบบนั้นทุกครั้งครับ ว่าจะกลับไปใช้รถน้ำมันดีไหม พอชาร์จเสร็จแล้วขับออกไปก็ลืมทุกที สรุปคือไม่ได้อยากกลับเพราะรถมันแย่ แต่เพราะบางวันเราไม่มีเวลารอ